บทที่ 8 ควรจะตอบแทนเขาเล็กน้อย
หากอาหยุนรู้ว่าม่านม่านนางมีเงินมากเพียงใด ไม่รู้ว่าจะตกใจอีกมากแค่ไหน
นายหน้าค้าสัตว์กลัวว่าม่านม่านจะเปลี่ยนใจ ด้วยเห็นอาหยุนเข้าไปกระซิบกระซาบกับนาง จึงได้รีบให้คนนำม้าทั้งสองไปเทียมรถทันที
กงหนิงเจี้ยนกับกงหนิงอวี่ หันมาขอความเห็นจากม่านม่าน ด้วยอยากจะตามไปดูม้าทั้งสองเทียมกับรถ เมื่อได้รับอนุญาตทั้งสองก็รีบวิ่งตามนายหน้าค้าสัตว์ไป อาหยุนเห็นว่าม่านม่านไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด ทำได้เพียงตามไปดูเด็กแฝดเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแทน
นายหน้าค้าสัตว์นำเงินสามสิบตำลึงทองมาให้ม่านม่านแล้ว เมื่อได้รถม้าเรียบร้อย อาหยุนก็กลายมาเป็นผู้บังคับรถม้า พาทั้งสามไปรับตัวกงเพ่ยจิ้นที่โรงหมอ ทั้งหมดถึงได้เดินทางกลับหมู่บ้านเสียที
“เจ้าเอาไปให้ท่านอาหยุนที่ด้านนอกหน่อย” สามแม่ลูกที่กินขนมปังรองท้องภายในรถม้า เพิ่งจะนึกถึงอาหยุนว่าเขาเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย
“ขอรับ” กงหนิงเจี้ยนรับคำเสียงใส ก่อนจะยื่นหน้ากับมือน้อยๆ ออกไปด้านนอก “ท่านอาหยุน กินรองท้องไปก่อนขอรับ ถึงหมู่บ้านท่านแม่จะทำอาหารมื้อใหญ่ให้ท่านกินขอรับ”
ม่านม่านได้แต่เลิกคิ้วขึ้นมองกงหนิงเจี้ยน ตัวนางยังไม่ได้พูดเสียหน่อยว่าจะทำอาหารให้เขากิน “ข้าพูดเช่นนั้นหรือ”
“ท่านอาหยุน ช่วยแบกท่านพ่อกลับมา ทั้งยังพามาหาหมอ ก็ควรจะตอบแทนเขาเล็กน้อยมิใช่หรือขอรับ”
“เหอะ” ม่านม่านหมดคำจะพูด
เด็กแฝดไม่รู้เรื่องที่กงเพ่ยจิ้น ช่วยเหลืออาหยุนจนตัวเองบาดเจ็บหนัก หากรู้คงได้มองอาหยุนอย่างไม่พอใจแน่
รถม้าสะดวกกว่าเกวียนวัวทั้งยังเดินทางได้รวดเร็วกว่า ฝีเท้าม้าทั้งสองตัวยอดเยี่ยมเช่นที่นายหน้าค้าสัตว์อวดอ้างจริงๆ เพียงหนึ่งชั่วยามทั้งหมดก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านแล้ว พอมีรถม้าคันใหญ่เข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างก็หยุดมองกันอย่างสนใจ
พอเห็นอาหยุนเป็นคนบังคับ ต่างก็ตะโกนถามว่ารถม้าของผู้ใด หรือเช่ามา พออาหยุนบอกว่าเป็นของคนตระกูลกง ต่างก็รีบเดินตามมาสอบถามอย่างสนใจ
ม่านม่านนางไม่สนใจจะตอบคำถามของผู้ใด นางให้คนช่วยยกตัวกงเพ่ยจิ้นเข้าไปในเรือน เป็นครั้งแรกที่นางมาเห็นห้องนอนของเขา ห้องนอนที่แสนเรียบง่าย เตียงไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อให้นอนกันสามคนพ่อลูกได้เพียงพอ ข้างหน้าต่างมีเพียงโต๊ะเก่าๆ ที่มีตำราวางอยู่ด้านบนสองสามเล่มอย่างเป็นระเบียบ
หัวมุมห้องมีหีบไม้อยู่สองสามหีบ ซึ่งนางเองก็ไม่รู้ว่าด้านในคือสิ่งใด แต่เตียงนอนที่มีเพียงแค่ผ้าบางๆ ปูรองเอาไว้ เพียงแค่คิดว่าเป็นนางที่ต้องนอนก็ปวดหลังเสียแล้ว
“ไว้ข้าจะสร้างคอกม้าให้เจ้าก็แล้วกัน วันนี้คงไม่ทัน”
“อืม” ม่านม่านพยักหน้ารับ พอเห็นอาหยุนกำลังหมุนตัวจะออกไปด้านนอก นางก็รีบเอ่ยเรียกเขาเอาไว้ “เจ้าจะไปไหน”
อาหยุนหันกลับมาอย่างไม่เข้าใจ “กลับเรือนของข้าอย่างไรเล่า”
“เจ้ากลับได้แล้ว? มิใช่ว่าที่เพ่ยจิ้นเป็นเช่นนี้ก็เพราะเจ้าหรือไร เช่นนั้นเจ้าก็ควรอยู่ดูแลเขา ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารข้าจะทำให้เจ้าทั้งสามมื้อเอง”
“ตะ แต่ว่า...เจ้าเป็นเมียของพี่จิ้น เจ้าก็ดูแลเขาสิ ข้าจะทำงานหาเงินมาใช้ค่ารักษาคืนให้เจ้าเอง”
“เจ้าดูแลเขาจนกว่าจะหายดี ข้าจะไม่คิดเรื่องค่ารักษากับเจ้า”
“แต่...”
“เจ้าไปเก็บเสื้อผ้ามาอยู่กับเขาเถิด จะให้ข้าดูแลเขาข้าคงทำไม่ไหว ไหนจะบุตรชายของข้าอีกสองคน” นางชี้ไปที่เด็กแฝดที่นั่งอยู่ข้างบิดาไม่ห่าง
“...” อาหยุนหมดคำจะพูด พอเขาอ้าปากจะพูดออกไป ม่านม่านก็เดินออกไปจากห้องแล้ว
“พวกเจ้าตามข้ามานี่ ข้าจะไปทำอาหาร” นางร้องเรียกเด็กแฝด
สามคนแม่ลูกเดินไปที่ห้องครัว อาหยุนทำได้เพียงรีบวิ่งกลับเรือนไปบอกครอบครัวของเขาและหยิบเสื้อผ้ามาพักอยู่กับกงเพ่ยจิ้นในห้องของเขา
“เฝ้าด้านหน้าเอาไว้ ข้าจะเข้าไปทำอาหาร อย่าให้ผู้ใดเข้ามาได้เล่า” นางสั่งเด็กทั้งสอง
“ขอรับ” ทั้งคู่เข้าใจในความหมายของมารดาดี คือนางจะต้องเข้าไปในที่วิเศษนั้นแน่ ทั้งสองจึงยกเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูอย่างตั้งใจ
ม่านม่านต้องทำอาหารเพิ่มเมื่อมีอาหยุนมาเพิ่มอีกหนึ่งท้อง นางเตรียมโจ๊กให้กงเพ่ยจิ้น พอเสร็จก็ให้สองแฝดช่วยยกอาหารเข้าไปในเรือน
“เจ้านั่งลงกินก่อน ค่อยเอาโจ๊กไปป้อนเพ่ยจิ้น ข้าจะไปดูแผลของเขาก่อน”
“แล้วเจ้าไม่ป้อนเขาเองเล่า” อาหยุนไม่คิดว่าแม้แต่ข้าวน้ำ เขาก็ต้องป้อนให้กงเพ่ยจิ้นกิน
“แล้วข้าจะให้เจ้ามาดูแลเขาเพื่ออันใด” นางมองอาหยุนเหมือนมองคนโง่
ม่านม่านเข้าไปภายในห้องของกงเพ่ยจิ้น เห็นว่าเขายังคงหลับอยู่ นางจึงได้แกะผ้าพันแผลออกแล้วลงมือล้างแผลให้เขา
กงเพ่ยจิ้นหรี่ตาขึ้นมามองดูด้วยรู้สึกเจ็บที่บาดแผลของตนเอง ก็เห็นมู่ลี่ม่านนางกำลังทำแผลให้เขา ข้าวของที่นางใช้ล้วนแต่แปลกตา เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
“ประเดี๋ยวข้าให้อาหยุนมาป้อนโจ๊กให้ท่านกิน จะได้กินยา” นางชี้ไปที่ยาที่วางเตรียมเอาไว้ให้เขาแล้ว
“มิใช่ยาต้มหรือ” เสียงของเขาแหบแห้งจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง
“ยาต้ม? ข้าไม่เสียเวลามานั่งต้มให้เจ้าหรอกนะ แล้วไม่ต้องถามสิ่งใดมาก ข้าคร้านที่จะตอบ” นางพันผ้าที่แผลเสร็จก็เก็บของลุกออกจากห้องไป
